STAR MATHS

STAR MATHS จินตคณิต

ทำไมจินตคณิตจึงน่าสนใจ

             จินตคณิตเป็นวิชาที่ใช้ฝึกสมองฝั่งซ้ายและฝั่งขวาให้มีการทำงานอย่างสมดุล (brain balancing) เหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุระหว่าง 4-12 ปี การฝึกจินตคณิตจะทำให้เด็กมีสมาธิและกระบวนการคิดที่มีเหตุผล

การคิดแบบจินตคณิตและคิดแบบปกติต่างกันอย่างไร

             การคิดแบบจินตคณิตนั้นแตกต่างจากการคิดปกติ เพราะการคิดแบบจินตคณิตจะมีการใช้สมองทั้งสองส่วนเช่น เมื่อเด็กนึกถึงค่า 1 โดยหลักของจินตคณิตแล้วเด็กจะเข้าใจว่ามันคือวัตถุหรือสิ่งของชิ้นเดียวแต่ถูกนำมาเขียนแทนเป็นเลข 1 การคิดทั้งสองแบบนี้ต่างกัน ดังตาราง

 

จุดประสงค์

ส่วนสมองที่ใช้

คิดถึงเลข 1

ฝั่งซ้าย

คิดว่ามีของ 1 ชิ้น

ฝั่งขวาและฝั่งซ้าย

              ปัจจุบันเราใช้สมองฝั่งซ้ายมากจนเกินไปด้วยอัตราส่วน 70:30 ของการใช้สมองซีกขวา ซึ่งทำให้เราสูญเสียพลังงานในการคิดจำนวนมหาศาล น้องๆ เคยรู้สึกไหมว่าทำไมถึงรู้สึกเหนื่อยเมื่อกลับมาจากโรงเรียน ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ทำงานหนักอะไรเลย วิธีลดความเหนื่อยล้าของสมองทำได้ง่ายๆ คือ การนอนหลับ เพราะการนอนหลับจะเป็นการลดระดับของพลังงานสมองลงและการทำงานของสมองทั้งสองฝั่งลงและมีการทำงานใกล้เคียงกันทั้งสองฝั่ง นอกจากนี้อีกวิธีที่ใช้ได้คือการนั่งสมาธิ

ซึ่งการฝึกแบบจินตคณิตนี้เองเป็นการฝึกการทำงานสมองเลียนแบบการทำงานสมองขณะนอนหลับ ซึ่งการฝึกก็สามารถทำได้ทั่วไป เช่นการใช้จินตนาการรูปร่างวัตถุขึ้นมาเอง การฝึกฝนจากลูกคิด หรือการใช้มือของเราเองก็ง่ายที่สุดอีกวิธีหนึ่ง

การฝึกจินตคณิตช่วยพัฒนาประสาทสัมผัส

              การฝึกจินตคณิตนอกจากพัฒนาเรื่องการคิดแล้วยังพัฒนาทักษะด้าน อื่น ๆ ด้วย เช่น เมื่อเด็กฟังโจทย์จากคุณครู สมองจะทำการแปลความหมายออกมาและทำกระบวนหาคำตอบโดยใช้มือปัดลูกคิดหรือคำนวณจากนิ้วมือ (ฝึกประสาทสัมผัสมือ) กระบวนการจะเกิดขึ้นตามลำดับดังนี้ ฟัง-คิด-ปฏิบัติ ด้วยวิธีการนี้ การฝึกจินตคณิต จึงเชื่อมโยงกับ ประสาทสัมผัส ทั้งสามแบบ